ความรู้เกี่ยวกับการเลือกบ้านเช่าหรือห้องเช่าในญี่ปุ่น

บทความLeave a Comment on ความรู้เกี่ยวกับการเลือกบ้านเช่าหรือห้องเช่าในญี่ปุ่น

ความรู้เกี่ยวกับการเลือกบ้านเช่าหรือห้องเช่าในญี่ปุ่น

สำหรับคนที่มาญี่ปุ่นแรกๆ น่าจะมีหลายคนที่ไม่เข้าใจว่าห้อง Type ต่างๆที่มีให้เช่าในญี่ปุ่นเป็นยังไง ยิ่งเวลาไปติดต่อ Agency จะขอเช่าห้อง หนึ่งในคำถามที่จะต้องถูกถามแน่นอนว่ามองหาห้อง Type ไหน เช่น 1K 1DK 1LDK 2LDK เป็นต้น บทความนี้จะเล่าให้ฟังว่าห้องแต่ละ Type ต่างกันอย่างไร และคำแนะนำการมองหาบ้านให้ตรงความต้องการควรพิจารณาจากอะไรบ้าง

Type ห้อง หรือ 間取りタイプ

เริ่มต้นด้วย ワンルーム หรือ One Room (บางที่เขียนเป็น 1R) เป็นห้องเปล่าๆ 1 ห้อง เป็นห้องเดี่ยว ราคาค่าเช่าต่ำสุดเทียบกับทุก Type ห้อง จะไม่มีผนังหรือประตูกันแบ่งพื้นที่ระหว่างห้องกับพื้นที่ครัว (ซึ่งบางทีก็จะมีความคล้ายคลึงกับ 1K ที่กำลังจะกล่าวถึงในลำดับถัดไป) ซึ่งโดยปกติแล้วห้องทุกประเภทจะมีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำพร้อม แต่อาจจะไม่มีที่วางเครื่องซักผ้าในห้องต้องดูรายละเอียดดีๆค่ะ

1K (สามารถอ่านเป็นภาษาอังกฤษได้นะคะ เช่น One K คนญี่ปุ่นเข้าใจได้เลยค่ะ ไม่ต้องอ่านเป็นเลขญี่ปุ่นก็ได้) จะหมายถึง 1 room + Kitchen คือห้องเปล่าๆ 1 ห้องและห้องครัว ซึ่งถ้าเป็น 1K โดยปกติแล้วจะหมายถึงมีเขตให้พื้นที่ครัวชัดเจน แยกออกจากห้อง อาจจะมีประตูหรือเป็น 対面キッチン/カウンターキッチン Counter Kitchen ก็ได้

1DK หรือ 1 room + Dining Area + Kitchen คือ มี 1 ห้องที่มีประตูกั้นแยกจากกันชัดเจน (ส่วนใหญ่ใช้เป็นห้องนอน) กับพื้นที่ครัวและพื้นที่กินข้าว(สามารถมีโต๊ะกินข้าววางได้ หรืออาจจะใช้เป็น Living Room ก็ได้ แล้วแต่เจ้าของห้องจะจัดพื้นที่)

1LDK หรือ 1room + Living + Dining + Kitchen คือ มี 1 ห้องที่มีประตูกั้นแยกจากกันชัดเจน (ส่วนใหญ่ใช้เป็นห้องนอน) กับพื้นที่ครัว, พื้นที่วางโต๊ะกินข้าวและมีพื้นที่นั่งเล่นพอให้วางทีวีและโซฟาได้

ถัดจาก 1LDK ก็จะเป็น 2K, 2DK, 2LDK ซึ่งก็จะอธิบายง่ายๆว่ามี 2 ห้องที่แยกออกจากพื้นที่ครัว (หรือ 2 ห้องนอน) และ/หรือ พื้นที่วางโต๊ะกินข้าวและ/หรือพื้นที่นั่งเล่นให้วางทีวีและโซฟาได้ ตาม Type ห้องที่ได้อธิบายไปข้างต้น ชึ่งก็มักจะมีให้เลือกไปจนถึง 5LDK ขึ้นไป (จริงๆแค่ 3LDK ขึ้นไปก็เริ่มจะเป็นบ้านให้เช่าทั้งหลังแล้ว)

ประเภทของบ้านหรืออาคาร 建物種別

Apartment アパート มักจะใช้เรียกอาคารที่สร้างด้วยไม้หรือเหล็กเบา ส่วนใหญ่จะไม่เกิน 2 ชั้น

Mansion マンション มักจะใช้เรียกอาคารที่สร้างด้วยเหล็กและคอนกรีต ส่วนใหญ่มักจะมี 3 ชั้นขึ้นไป (และมักจะเก็บเสียงได้ดีกว่า アパート)

บ้านเดี่ยว 一戸建て ก็คือบ้านเดี่ยว ไม่เกี่ยวกับว่าจะสร้างด้วยเหล็กหรือไม้ หรือจะมีกี่ชั้น ต้องไปอ่านรายละเอียดต่อของแต่ละบ้านเอง

เงื่อนไขการหาบ้านสุดฮิตในญี่ปุ่น

  1. หน้าบ้านหรือด้านที่กว้างที่สุดของบ้าน (เช่น ระเบียง) หันไปทางทิศใต้: เพราะว่าแดดจะเข้าดีทางทิศใต้ ทำให้ตากผ้าได้แห้งดี ยามหน้าหนาวก็ประหยัดค่าฮีตเตอร์ได้ (เคยลองไปดูบ้านที่หันไปทิศอื่นตอนหน้าหนาว พื้นที่ในบ้านหนาวกว่ากันอย่างสัมผัสได้ คือบ้านที่แดดเข้าดีๆ ไม่ได้หนาวขนาดบ้านที่แดดเข้าไม่ถึง)
  2. ชั้น 2 ขึ้นไป: เพราะคนญี่ปุ่นค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก มักจะรู้สึกว่าชั้น 1 ไม่เป็นส่วนตัว ใกล้ถนนเกินไป ฯลฯ จึงทำให้ค่าเช่าห้องเช่าชั้น 1 ราคาถูกที่สุดในอาคารเดียวกัน
  3. ห้องน้ำกับห้องอาบน้ำแยกกัน: สะดวกสำหรับบ้านที่อยู่ร่วมกัน 2 คนขึ้นไป
  4. มีที่วางเครื่องซักผ้าในห้อง (ส่วนใหญ่ห้องที่มีห้องน้ำกับห้องอาบน้ำแยกกันจะมีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าในห้องค่ะ)
  5. ห้องที่อยู่หัวมุม โดยเฉพาะมุมในสุด เพราะนอกจากจะมีความเป็นส่วนตัวสูงแล้ว พื้นที่ทางเดินหน้าบ้านยังใช้ได้เต็มที่เพราะไม่ขวางทางเดินใคร
  6. มีระเบียง เพราะมีที่ตากผ้าได้อย่างสะดวก

คำแนะนำอื่นๆเกี่ยวกับลักษณะบ้านเช่าที่ควรมองหาในญี่ปุ่น

  1. สำหรับคนที่อยากประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นพิเศษจะมองหาบ้านเช่าที่ใช้ 都市ガス หรือ LNG (แก๊สที่ให้บริการโดยเมืองที่อยู่อาศัย) เพราะราคาจะถูกกว่าใช้ プロパンガス หรือ LPG (อ่านข้อมูลเรื่องแก๊สเพิ่มเติมที่นี่)
  2. สำหรับคนที่อยากจะประหยัดค่าแรกเข้าให้มากที่สุด ปัจจุบันนี้สามารถมองหาบ้านที่ไม่เรียกเก็บ 礼金 เรคิน (เงินให้เปล่า)、敷金 ชิกิคิน (เงินมัดจำ) ได้ หรือสามารถเลือกได้ว่าจะใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าแรกเข้าได้ก็มี ทั้งนี้หากเป็นพื้นที่ในตัวเมืองอาจจะหาได้ค่อนข้างยากหรืออาจจะเป็นห้องเช่าที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยม ต้องลองไปดูตัวห้องและบรรยากาศโดยรอบ (ความปลอดภัย ความสะดวก ต่างๆ) เพื่อประกอบการตัดสินใจ
  3. อีกหนึ่งหัวข้อที่อาจจะต้องคิดตอนเลือกบ้านคือระยะทางจากป้ายรถเมล์หรือสถานีรถไฟ (ซึ่งส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญไปที่สถานีรถไฟกันมากกว่า) ซึ่งข้อดีของการใกล้สถานีรถไฟคืออาจจะเดินทางสะดวก (ต้องลองศึกษาวิธีการเดินทางของตัวเองก่อนนะคะ เช่นว่า ระหว่างบ้านกับโรงเรียนหรือที่ทำงาน จริงๆแล้วขี่จักรยานหรือนั่งรถเมล์ไปอาจจะสะดวกกว่าหรือเร็วกว่านั่งรถไฟก็ได้ ฉะนั้นการใกล้สถานีรถไฟอาจจะไม่ได้สะดวกเสมอไป แถมแลกมาด้วยค่าเช่าที่แพงขึ้น พร้อมกับความวุ่นวาย อึกทึก ที่มีคนเดินทางกันแทบจะตลอดเวลา)
  4. ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านอาหาร คลินิก โรงพยาบาล หรือ Facilities ต่างๆในย่านบ้าน ใช้ชีวิตสะดวกหรือลำบากไปไหม อันนี้ต้องแล้วแต่ Lifestyle ของแต่ละคน แต่ละครอบครัวเลยค่ะ
  5. บางคนก็อาจจะสนใจอาคารหรือห้องที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน เพราะคิดว่าระบบภายในบ้านจะทันสมัยและอยู่ง่ายกว่า แต่บางครั้งก็ไม่แน่เสมอไป เพราะอาคารที่สร้างมาประมาณ 20-30 ปีขึ้นไป ก็อาจจะ renovated ตกแต่งภายในใหม่และติดตั้งระบบอุปกรณ์ในบ้านไม่ได้แตกต่างไปจากบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จก็ได้ ทางทีดีควรไปดูบ้านจริงก่อนตัดสินใจค่ะ

ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่คนจะหาข้อมูลบ้านเช่ากันในเว็ปไซต์กันก่อน เพราะสามารถใส่เงื่อนไขทุกอย่างที่อยากได้จริงๆ (รายละเอียดปลีกย่อยเยอะมากกกกก) แล้วลองหาว่าย่านที่เราจะอยู่มีบ้านหรือห้องพักแบบที่เราอยากได้ในราคาที่เรารับได้หรือไม่ เพราะราคาค่าเช่าในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ซึ่งเราก็สามารถค่อยๆปรับลดหรือเพิ่มเงื่อนไขในเว็ปไซต์ได้เลย เพื่อตัด choice บ้านที่ไม่ตรงกับความต้องการของเราออกไป แล้วค่อยไปติดต่อ agency เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม หรือขอให้ Agency แนะนำบ้านเช่าให้เลยก็ได้ แต่ก็จะใช้เวลาคุยกับ Agency นานหน่อยกว่าจะได้ไปดูบ้านจริงแล้วตัดสินใจทำสัญญาเช่า

นอกจากนี้แล้วส่วนใหญ่ห้องเช่าที่ญี่ปุ่นคือห้องเปล่าๆ แต่จะเปล่าถึงขนาดไหนก็ต้องไปดูของจริงค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะเปล่าจริงๆ ไม่มีหลอดไฟ ไม่มีผ้าม่าน ไม่มีอะไรเลย ถ้าคิดว่าจะเข้าไปอยู่เลยอาจจะต้องเตรียมการดีๆ เตรียมตัว เตรียมของ เตรียมใจด้วยนะคะ แต่จริงๆแล้วที่ญี่ปุ่นก็มีบ้านเช่าแบบพร้อมเฟอร์นิเจอร์เหมือนกันเหมาะสำหรับคนที่จะมาอยู่ระยะสั้นๆไม่เกินครึ่งปีเสียมากกว่า (เพราะค่าเช่าก็จะแพงขึ้นไปอีกกกกกก)

มันส์ต้องแชร์
สาวอักษรเอกจีน พูดเกาหลีที่ถนัดงาน event แต่สุดท้ายกลายมาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอยู่ที่ญี่ปุ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top