วิธีรับมือกับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่

บทความLeave a Comment on วิธีรับมือกับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่

วิธีรับมือกับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่

ประเทศญี่ปุ่นในมุมมองของเราคือเป็นประเทศที่มีระบบระเบียบ มีการจัดการรับมือกับภัยพิบัติค่อนข้างดี โดยเฉพาะเราที่มาจากประเทศที่ไม่ค่อยมีแผนรับมือภัยพิบัติใดๆ เพราะอาจจะคิดว่าประเทศตัวเองปลอดภัยจากภัยธรรมชาติสุดๆ ซึ่งพอมาอยู่ญี่ปุ่นจริงๆแล้ว คนญี่ปุ่นที่จะสนใจเรื่องการรับมือจากภัยพิบัติหรือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นยังมีอยู่ค่อนข้างน้อย ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะคนญี่ปุ่นเองค่อนข้างเชื่อมั่นในความปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างและมาตรฐานของประเทศตัวเองอย่างมาก (และอาจจะเกินไปในบางครั้ง) ทำให้คิดว่าไม่จำเป็นต้องหนี ไม่จำเป็นต้องซ้อม ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว เพราะยังไงระบบก็รองรับอยู่แล้ว

ครั้งก่อนได้ลองไปฝึกใช้เครื่อง AED กับปั๊มหัวใจ เอาจริงๆการ on hand เรื่องนี้สำคัญมาก มันต่างจากการเห็นคนอื่นทำเยอะ ถ้าไม่เคยจับเครื่อง AED มาก่อน ต่อให้มีคำสั่งอธิบายเป็นขั้นเป็นตอนจากเจ้าเครื่องนั่น ก็ไม่ได้แปลว่าหยิบมาแล้วจะใช้ได้ทุกคน ถ้าใช้ไม่เป็นก็คือไม่สามารถใช้ช่วยเหลือใครได้อยู่ดี เรื่องแผ่นดินไหวก็เช่นกัน ถ้าเราเคยซ้อมรับมือ รู้จักกับมัน รู้ว่าอันตรายของมันอยู่ตรงไหน พอเจอจริงๆอย่างน้อยเราก็จะมีสติ รู้ได้ว่าถ้าเกิดขึ้นจริงๆเราจะทำยังไง แม้ไม่ถึงขั้น muscle memory แต่ก็อาจจะดีกว่าใช้แต่สัญชาตญาณอย่างเดียว

จากที่ได้พูดคุยกับวิทยากรจากหน่วยงาน NGO 減災教育普及協会 (องค์กรที่ตั้งใจให้ความรู้เพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติ) องค์กรนี้ใช้คำว่า 減災 คือลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ (減 หมายถึง ลดลง 災 หมายถึง ภัยพิบัติ) มากกว่าคำที่ใช้กันอยู่ทั่วไปคือ 防災 ที่มักหมายถึงป้องกันภัยพิบัติ (防 หมายถึง ระวัง ป้องกัน 災 หมายถึง ภัยพิบัติ) ซึ่งเราเห็นด้วยว่าเราไม่สามารถห้ามไม่ให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นได้ แต่เราควรเรียนรู้วิธีรับมือและลดทอดความสูญเสียให้น้อยลง

ด้านความเสียหายหลักๆจากแผ่นดินไหวเกิดจากสิ่งปลูกสร้างพังเสียหาย และก็แทบจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต เรามักจะเคยได้ยินว่าเวลาแผ่นดินไหว ให้มองหาจุดที่ถ้าของหล่นลงมาแล้วจะเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมให้เราหลบอยู่ได้ไม่ให้โดนของหล่นทับ หรือให้มุดหลบอยู่ใต้โต๊ะ(ที่แข็งแรง) ม้วนตัวเป็นวงกลม เอามือกุมหัวไว้ ซึ่งเป็นท่าที่คนญี่ปุ่นเรียกว่าท่าดังโกะมุชิ เพราะเหมือนดังโกะมุชิม้วนตัวเป็นวงกลม แต่วิทยากรท่านนี้บอกว่าถ้าคุณม้วนตัวกลมแบบนั้น คุณจะหนียังไง คุณจะเห็นไหมว่าตอนนี้รอบตัวคุณเป็นยังไง ของอะไรกำลังจะหล่น อะไรกำลังจะพัง กระจกจะแตกปลิวมาทางคุณไหม จะมีอะไรกลิ้งมาทับคุณรึเปล่า ถ้าฝ้าเพดาน 5 กิโลกรัมหล่นลงมาจากที่สูงด้วยแรงโน้มถ่วงแล้วอาจจะเหมือนเพดาน 20 กิโลกรัมหล่นลงมาทับคุณ (ได้ลองเอามือสองข้างดันเพดาน 20 กิโลกรัมแล้ว หนักมาก โดนทับตายไปก่อนแน่นอน) ยิ่งไปกว่านั้นคือคุณกำลังเป็นลูกบอลที่จะกลิ้งไปตามแรงสั่นไหวของแผ่นดินไหวด้วย คุณอาจจะไปกระแทกอะไรจนช้ำในก็ได้ วิทยากรท่านนี้จึงพยายามบอกว่าเราควรเลิกสอนให้ทำท่าดังโกะมุชิตอนที่มีแผ่นดินไหวได้แล้ว  

ท่าดังโกะมุชิ ダンゴムシポーズ

แต่ก่อนที่จะพูดถึงท่าอื่นๆที่ควรนำไปใช้ใช้รับมือกับแผ่นดินไหว อยากจะอธิบายเกี่ยวกับระดับความสั่นสะเทือนตามมาตราญี่ปุ่นและการตอบรับกับแรงสั่นไหวของร่างกายเราว่าถ้าเจอความสั่นไหวระดับไหนมักจะทรงตัวอยู่ในท่าอะไร ซึ่งระดับความรุนแรงที่อันตรายต่อมนุษย์และสิ่งปลูกสร้างก็เริ่มต้นจากระดับ 5- ขึ้นไป (ซึ่งระบบ J-Alert ก็จะเริ่มแจ้งเตือนตั้งแต่ระดับ 5- เช่นกัน)

ระดับ 5- คนที่ยืนอยู่มักจะเริ่มทรงตัวยากขึ้นมาก อยากจะเอามือคว้าอะไรเกาะ
ระดับ 5+ ถ้าไม่มีที่เกาะคือทรงตัวยืนไม่ได้แล้ว
ระดับ 6- ยืนทรงตัวไม่ได้แล้ว ต้องย่อตัวลงหรือนั่งลงกับพื้น
ระดับ 6+ ขึ้นไปคือเคลื่อนไหวลำบาก ทรงตัวไม่ได้เลย
ระดับ 7 สิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่ได้รับความเสียหาย (ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทนแรงสั่นสะเทือน)

วิทยากรแนะนำว่าถ้าความสั่นสะเทือนอยู่ในระดับที่เรายังพอควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ แนะนำให้ทรงตัวอยู่ในท่ากบ เพื่อที่จะได้ขยับตัวหาทางหนีออกจากอาคารได้ มองเห็นสภาพโดยรอบว่าสามารถหนีไปทางไหนได้ มีอะไรจะหล่นลงมาใส่เราหรือไม่

ท่ากบ カエルポーズ

หากความสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นไปอีก อาจจะต้องเป็นท่ากิ้งก่าที่นอนราบไปกับพื้นแล้วค่อยๆไต่พื้นไป 

ท่ากิ้งก่า トカゲポーズ

จากที่ลองร่วมกิจกรรมกับทางวิทยากรที่ลองให้ดึงเสื่อเทียบความแรงประมาณ 6- ถ้าเริ่มจากท่าดังโกะมุชิก็จะกลิ้งไปกลิ้งมา ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ยาก แต่ถ้าเป็นท่ากบก็จะสามารถพาตัวเองออกมาจากเสื่อที่แกว่งไปแกว่งมาได้ไม่ยากนัก

นอกจากเรื่องของท่าทางที่ควรใช้ในการหนีภัยแล้ว ถ้าอยู่ในอาคาร การมองหาที่หลบอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะถ้ายังไงสุดท้ายอาคารก็อาจจะถล่มได้ การหาทางหนีออกจากอาคารอาจจะเป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่า หากอาคารมีลานกว้างตรงกลาง จุดกึ่งกลางอาคารคือจุดที่เสี่ยงฝ้าเพดานถล่มลงมาก่อนเป็นอันดับแรกเพราะไกลจากเสาค้ำที่สุด และส่วนที่เป็นผนังยึดกับเสามักจะเป็นจุดสุดท้ายที่จะถล่ม แน่นอนว่านอกจากมองหาผนังและประตูทางออกแล้ว ต้องระวังแวดล้อมรอบข้างด้วย เช่น ถ้าเป็นหน้าต่างหรือประตูกระจก ระดับ 5- ก็พร้อมแตกแล้ว ไม่ควรเข้าใกล้ (แตกแล้วจะกระเด็นใส่เราด้วย) ตรงที่มีของชิ้นใหญ่วางอยู่ก็ไม่ควรวิ่งเข้าไปหาเช่นกัน เพราะถ้าอาจจะถูกแรงสั่นสะเทือนเหวี่ยงให้เคลื่อนไหวตามแรงสั่นสะเทือน นอกจากนี้แล้วอาจจะเหวี่ยงเราไปกระแทกกับอย่างอื่นหรือเหวี่ยงหลุดออกไปจากตึกจนได้รับอันตรายก็เป็นได้

สามารถดู VDO สาธิตและคำอธิบายเบื้องต้น (ภาษาญี่ปุ่น) จาก YURETA ได้เลยค่ะ จาก VDO นี้จะทำให้เข้าใจว่าแต่ละท่าที่อธิบายมาข้างต้นจะสามารถช่วยให้เอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวรุนแรงได้อย่างไร

ส่วนคนที่อยู่ที่โตเกียวแล้วอยากรู้ว่ามีพยากรณ์ความรุนแรงของแผ่นดินไหวในแต่ละเขตไว้อย่างไร สามารถเข้าไปกดดูได้จากเวปไซต์ 東京被害想定 นี้เลยค่ะ น่าสนใจมากๆ

สำหรับอาคารที่ไม่ได้รองรับแผ่นดินไหวมากนักหรืออาคารเก่า (รวมถึงอาคารที่ไทย) การพยายามหาทางออกจากตัวอาคารอาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่าการหาที่หลบภายในอาคารก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นการหนีเอาตัวรอดจากภัยพิบัติไม่มีคำตอบตายตัว ไม่มีคู่มือปฏิบัติที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ (คนที่นี่มักจะทำตามคู่มือจริงๆ) สำคัญที่สุดคือสังเกตสถานการณ์รอบตัว สติ ปฏิภาณ และไหวพริบ จะช่วยให้เราคิดหาวิธีที่ดีที่สุด เหมาะกับสถานการณ์ที่สุดได้ การซ้อมและความเข้าใจช่วยได้มากๆ หากมีโอกาสได้มาสัมผัสเรื่องการรับมือกับภัยพิบัติและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นคือแนะนำให้มีความรู้ติดตัวเอาไว้ เพราะเรื่องแบบนี้อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

Remark: All images are generated by Gemini

มันส์ต้องแชร์
สาวอักษรเอกจีน พูดเกาหลีที่ถนัดงาน event แต่สุดท้ายกลายมาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอยู่ที่ญี่ปุ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top